ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
1.คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำคู่มือปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ 
  รูปภาพการประชุมคณะกรรมการจัดทำคู่มือ
2.คำสั่งการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและติดตามเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
3.ประกาศการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบประจำปี พ.ศ.2565
4.คู่มือปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ      
5.คำร้องเรียน/แจ้งเบาะแส(ด้วยตนเอง)
6.ประกาศใช้คู่มือปฏิบัติการจัดการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประจำปี พ.ศ.2565
7.ช่องทางแจ้งเบาะแสเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบประจำปี พ.ศ.2565
 
 หลักเกณฑ์ในการรับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
11.1 ใช้ถ้อยคำหรือข้อความสุภาพ ประกอบด้วย
     1)ชื่อ ที่อยู่ของผู้ร้องเรียน/ผู้แจ้งเบาะแส
     2)วัน เดือน ปี ของหนังสือร้องเรียน/แจ้งเบาะแส
     3)ข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ของเรื่องที่ร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ปรากฏอย่างชัดเจนว่ามีมูลข้อเท็จจริง หรือชี้ช่องทางแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ชัดแจ้งเพียงพอที่สามารถดำเนินการสืบสวน/สอบสวนได้
     4)ระบุพยาน เอกสาร พยานวัตถุและพยานบุคคล(ถ้ามี)
11.2 เรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ต้องเป็นเรื่องจริงที่มีมูลเหตุ มิได้หวังสร้างกระแสหรือสร้างข่าวที่เสียหายต่อบุคคลอื่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
11.3 เป็นเรื่องที่ผู้ร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ได้รับความไม่ชอบธรรม อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆของเจ้าหน้าที่สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลหัวฝาย
11.4 เรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแสที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่เพียงพอหรือไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สืบสวน สอบสวน ให้ยุติเรื่องหรือรับทราบเป็นข้อมูลและเก็บเป็นฐานข้อมูล
11.5 ให้เป็นคำร้องเรียนที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้
     1)คำร้องเรียน/แจ้งเบาะแส หากเป็นบัตรสนเท่ห์ ให้พิจารณาที่ระบุพยานหลักฐานแวดล้อมชัดแจ้ง กรณีแวดล้อมปรากฏชัดแจ้ง ตลอดชี้พยานบุคคลแน่นอนและเพียงพอที่จะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 จึงจะรับไว้พิจารณาเป็นการเฉพาะเรื่อง
     2)คำร้องเรียน/แจ้งเบาะแสที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว หรือเป็นเรื่องที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่สุดแล้ว
     3)เรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือองค์กรอิสระที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ เว้นแต่ คำร้องจะระบุว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ดำเนินการหรือดำเนินการแล้วยังไม่มีผลความคืบหน้า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา
     4)คำร้องเรียน/แจ้งเบาะแสที่เกิดจากการโต้แย้งยังสิทธิระหว่างบุคคลต่อบุคคลด้วยกัน นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่เป็นเรื่องเฉพาะกรณี